ชนิดของเนื้อเยื่อ

posted on 02 Jan 2011 08:07 by pas-funmui

          เนื้อเยื่อ คือกลุ่มเซลล์ที่มาทำหน้าที่ร่วมกัน พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างซับซ้อนประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชนิดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของพืช ซึ่งจำแนกตามลักษณะการแบ่งตัวได้ 2 ประเภท คือ

เนื้อเยื้อเจริญ (MERISTMETIC TISSUE)

           กลุ่มของเซลล์ที่มีความสามารถแบ่งตัวแบบ mitosis ให้เซลล์ใหม่อยู่ตลอดเวลา มักอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ได้แก่ เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง
                                                   
          ลักษณะสำคัญ: เซลล์มีขนาดเล็ก ผนังเซลล์บาง มีนิวเคลียสขนาดใหญ่ vacuoles ไม่มี หรือ มีขนาดเล็ก ไม่มี intercellular spaces
          ตำแหน่งที่พบ: พบในส่วนใกล้กับปลายยอดปลายราก เรียกว่า apical meristems บริเวณตายอด ตากิ่งของลำต้น พบอยู่ระหว่าง xylem กับ phloem (ในพืชใบเลี้ยงคู่) เรียก vascular cambium อยู่ใต้ epidermis ของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ เรียกว่า cork cambium อยู่ถัดจาก endodermis ของราก เรียก pericycle ซึ่งจะแบ่งตัวให้ Lateral roots

เนื้อเยื่อเจริญ จำแนกตามการเกิดและการเจริญเติบโต ได้เป็น 3 ชนิด:

          1. Promeristem (apical meristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่เกิดขึ้นใหม่ มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เซลล์มีรูปร่างและลักษณะใกล้เคียงกันและขนาดเท่ากันหมด พบบริเวณปลายราก ปลายยอด ปลายกิ่ง และตาของพืช เมื่อแบ่งตัวช่วยให้ส่วนต่างๆ ของพืชยืดยาวและสูงขึ้น เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเยื่อเจริญขั้นแรก และการเจริญเติบโตในขั้นนี้จัดว่าเป็นการเจริญเติบโตขั้นแรก (primary growth)

                                                  

          2. Primary meristem เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่ประกอบด้วยเซลล์ซึ่งได้จากการแบ่งตัวของ promeristem พบในส่วนที่ต่ำลงมาจากยอดลงมา เนื่อเยื่อเจริญชนิดนี้ยังคงแบ่งตัวต่อไปอีก Primary meristem มี 3 ชนิด ได้แก่

                    2.1 Protoderm พบอยู่ชั้นนอกสุดเรียงเป็นแถวเดียว แบ่งตัวเพียงด้านเดียวและพัฒนาไปเป็นอิพิเดอร์มิส

                    2.2 Procombium แบ่งตัวและพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อลำเลียงขั้นแรก คือ primary xylem และ primary phloem

                    2.3 Ground meristem แบ่งตัวและเจริญเป็นเนื้อเยื่อพื้น ได้แก่เนื้อเยื่อบริเวณคอร์เทก พิธ เนื้อเยื่อถาวรที่ได้จาก primary meristem จะเรียกเนื้อเยื่อเหล่านี้ว่า primary permanent tissues เช่น epidermis parenchyma collenchyma sclerenchyma pith endodermis

                                                 

          3. Secondary meristem ได้แก่ vascular cambium และ cork cambium เป็นเนื้อเยื่อเจริญซึ่งส่วนใหญ่พบทั้งในราก และลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่ แบ่งตัวและเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อถาวร ที่เรียกว่า secondary permanent tissues

                    Vascular cambium เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่อยู่ระหว่าง xylem และ phloem ทำหน้าที่สร้าง secondary xylem และ secondary phloem

                    Cork cambium หรือ Phellogen เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่เกิดใกล้ๆ กับ epidermis ในบริเวณ คอร์เทกของลำต้น แบ่งตัวให้ cork และ phelloderm การเจริญของพืชที่ได้จากการแบ่งเซลล์ของsecondary meristem นี้ จัดว่าเป็นการเจริญเติบโตขั้นที่สอง (secondary growth) ซึ่งจะทำให้พืชขยายขนาดให้อ้วนขึ้น

                                    

เนื้อเยื่อเจริญ จำแนกตามตำแหน่งที่อยู่ แบ่งได้เป็น 3 ชนิด:

          1. Apical meristem เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ปลายยอด ปลายราก แบ่งตัวตลอดเวลา อาจเรียกอีกอย่างว่า promeristem

                                                 

          2. Lateral meristem เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่ขนานกับส่วนข้างของพืช ได้แก่ vascular bundle และ cork cambium จัดเป็น secondary meristem

                                              

          3. Intercalary meristem พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว อยู่ระหว่างข้อทำให้ปล้องยืดยาว

                                              

 เนื้อเยื่อถาวร (PERMANENT TISSUE)

          ไม่มีความสามารถในการแบ่งตัว มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด เพื่อไปทำหน้าที่เฉพาะอย่าง (specialize cells) ถ้าเนื้อเยื่อประกอบด้วยกลุ่มเซลล์เพียงชนิดเดียว จะเรียกว่า Simple permanent tissues เช่น epidermis, parenchyma, collenchyma และ sclerenchyma ถ้าเนื้อเยื่อประกอบด้วยกลุ่มเซลล์หลายชนิด จะเรียกว่า Complex permanent tissues ได้แก่ xylem และ phloem

          1. เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ชนิดเดียวกันทำหน้าที่อย่างเดียวกัน เช่น อิพิเดอร์มิส พาเรนไคมา คอลเลนไคมา สเคอเรนไคมา เอนโดเดอร์มิส

                     1.1 Parenchyma เป็นเนื้อเยื่อพื้นที่พบมากที่สุดในพืช ตามส่วนต่างๆ โดยเฉพาะส่วนที่อ่อนนุ่ม เช่น บริเวณคอร์เทก พิธ เนื้อผลไม้ พาเรนไคมาเป็นเซลล์ที่มีชีวิต ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปกลม รี ทรงกระบอก หรือรูปร่างไม่แน่นอน ภายในเซลล์อาจพบหรือไม่พบนิวเคลียส ผนังเซลล์บางเป็นผนังเซลล์ชั้นแรก (primary wall) มักพบ central vacuoles ขนาดใหญ่ และมี intercellular spaces

                  

 

                    หน้าที่: สังเคราะห์ด้วยแสง เนื่องจากมี chloroplast ภายในเซลล์ เรียกพาเรนไคมาชนิดนี้ว่า chlorenchyma เช่น palisade และ spongy mesophyll ซึ่งพบในใบพืช เซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของชั้นคอร์เทกของลำต้น เซลล์สาหร่ายหางกระรอก

 

                             

 

                               สะสมอาหาร ได้แก่เซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของลำต้นใต้ดิน รากสะสมอาหาร หรือพาเรนไคมาในบริเวณคอร์เทกหรือพิธ โดยภายในจะบรรจุแป้ง โปรตีน น้ำมัน หรือน้ำตาลไว้ เรียกเซลล์เหล่านี้ว่า reserved parenchyma หรือ storage parenchyma  เกิด gaseous exchange และช่วยให้พืชลอยตัวบนน้ำได้ ได้แก่พาเรนไคมาที่มี intercellular air spaces มาก เรียก aerenchyma

   

                Chlorenchyma                                            Reserved parenchyma หรือ Storage parenchyma

                    1.2 Collenchyma รูปร่างรี ยาว เซลล์มีผนังหนาไม่สม่ำเสมอ จัดเป็นผนังเซลล์ชั้นแรก เป็นเนื้อเยื่อที่สร้างความแข็งแรงให้กับพืช เมื่อมีการเจริญเติบโตเต็มที่ก็ยังเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต พบโดยทั่วไปในส่วนของพืช เช่น stems petioles (stalk) laminae roots เมื่อ cross-section ส่วนขอ